Wat Koh Sirey - วัดเกาะสิเหร่


The roof of Wat Koh Sirey can be seen from Phuket Town as you drive up Tanon Phang Nga towards the Mazda Service Centre as it is located at the top of a hill. When you reach Mazda, turn left into Tanon Surin then right into Soi Surin 2. Follow the road across traffic lights into Tanon Sri Suthat which leads to Phuket Fishing Port and Rassada Pier. The road will lead you across a bridge and through the mangrove forest - watch out for monkeys crossing the road!


At the end of the road take a right into Soi Thiampracha Utit and head towards the Sea Gypsey Village, also known as the Tsunami Village, at Laem Tukkae which is one of five Sea Gypsy communities in Phuket, consisting of 500 to 600 homes


You will see the temple on the hill but the entrance can be easy to miss. Drive through the archway and take a right turn up a narrow road to the top of the hill where you find the Reclining Buddha as well as great views over Koh Sirey and nearby islands.


The nice thing about this temple is that a sign welcomes foreigners to worship the Buddha, for a small donation you can take flowers and incense and the caretaker will tell you what to do.



The 18.5 meter long reclining Buddha was built in 1961 with donations from the local people and overseen by Luang Pu Supha, Phuket's oldest monk.


You can walk around the outside of the temple which offers great views and an interesting collection of Buddha images. 


“วัดเขาเกาะสิเหร่” ก่อสร้างขึ้นโดยมีหลวงพ่อสุภา กันตสีโล เป็นผู้ดำเนินงานด้วยความสนับสนุนของญาติโยม ผู้มีจิตศรัทธา “วัดเขาเกาะสิเหร่” ถือได้ว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์ ร่มรื่นและสะดวกสบาย เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอีกวัดหนึ่ง พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ได้เริ่มก็สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2504 ขนาดความยาวองค์ตลอด 18.5 เมตร ประดิษฐานไว้บนยอดเขาเกาะสิเหร่ อันเป็นปูชนียวัตถุสำคัญ และถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต การเดินทางขับรถ ข้ามสะพานไปสู่เกาะสิเหร่ ขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นโรงเรียนเกาะสิเหร่ ทางเข้าวัดจะอยู่ด้านข้างโรงเรียน ทางขึ้น ค่อนข้างชันเล็กน้อย ระหว่างทางที่เดินขึ้นไป ก็เพลินกับการชมวิวของเกาะภูเก็ต // ที่มา : http://www.kohtaotoday.com/monk/26.html


ขอบคุณ ประวัติหลวงปู่สุภา
หลวงปู่สุภา หันมาธุดงค์ทางใต้ หลังจากปลดภาระจากบ้านเกิดแล้ว และสถานที่ที่ หลวงปู่สุภา ไปก็คือภาคใต้ เลยเข้าไปมาเลเซีย สิงคโปร์ และแถบหมู่บ้านในแหลมมลายู ท่านนิยาชมชอบสถานที่ใน จ.ภูเก็ต ก็เมื่อท่านมาปักกลดอยู่ที่เขารัง และเมื่อมีญาติโยมมาอุปัฏฐากท่าน ท่านก็ได้เกริ่นที่จะสร้างวัดที่เขารัง ญาติโยมก็มีจิตศรัทธา จึงได้ติดต่อเจ้าของที่เพื่อจะขอซื้อ แต่เจ้าของที่ดินปฏิเสธ หลวงปู่สุภา จึงตกลงใจถอนกลดธุดงค์เพื่อเดินทางต่อไป ในราตรีก่อนที่จะถอนกลดนั้น หลวงปู่สุภา ก็ได้นิมิตประหลาด มีพระภิกษุชราภาพมากรูปหนึ่งมาปรากฏร่างที่ข้างกลดธุดงค์ของท่าน เมื่อท่านออกมาพบ พระภิกษุชรารูปนั้นก็ได้บอก หลวงปู่สุภา ว่า

“ อย่าได้เสียใจเลย ยังมีสถานที่ที่เขาต้องการให้ท่านไปสร้างวัด ชาวบ้านเขารอกันเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครไปสร้างให้ จงข้ามทะเลไปยังเกาะสิเหร่ ที่นั่นคือที่ที่ท่านจะสมปรารถนา ”

จากภูเก็ต หลวงปู่สุภา ลงเรือที่ทางญาติโยมจัดให้ เพื่อเดินทางไปเกาะสิเหร่ แล้ว หลวงปู่สุภา ก็ปักกลด แสวงหาวิเวกบนเกาะสิเหร่ ละมาพบที่ดินที่ถูกใจแปลงหนึ่ง จึงสอบถามหาเจ้าของที่ ปรากฏว่าเจ้าของที่คือแป๊ะหลี มีความเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของหลวงปู่สุภา จึงปวารณาตัวอุทิศที่ให้สร้างเป็นวัดขึ้นเป็นวัดแรกของเกาะ เรียกว่า “ วัดเกาะสิเหร่ ”

เนื่องจากภาระในการสร้างวัดเกาะสิเหร่ เป็นภาระที่หนักมาก และต้องหาทุนทรัพย์จากภายนอกมาเกื้อหนุน หลวงปู่สุภา จึงต้องเดินทางไปมาระหว่าง กทม. กับเกาะสิเหร่ บ่อยมาก และได้พบกับฆราวาส จอมอาคม จากสำนักเขาอ้อ คืออาจารย์ชุม ไชยคีรี และอาจารย์อุทัย ดุจศรีวัชร์ เพื่อร่วมกันสร้างวัตถุมงคลครั้งแรกเรียกว่า “ พระเสด็จกลับ ”

หลังจากที่สร้างวัดเกาะสิเหร่แล้ว หลวงปู่สุภา ได้นิมิตถึงพระพุทธไสยาสน์ จึงนำมาสร้างเป็นพระพุทธไสยาสน์ประจำวัดเกาะสิเหร่ รวมเวลาการสร้างวัดเกาะสิเหร่และพระพุทธไสยาสน์ เป็นเวลา ๖ ปี เต็ม โดยถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งการนี้ได้โปรดเกล้าพระราชทานแววพระเนตรมาประดิษฐานไว้ที่พระเนตรของพระพุทธไสยาสน์

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ ได้ก่ออภินิหารมากมาย และที่เล่าลือในหมู่ชาวเกาะสิเหร่ก็คือ เรื่องราวของการที่ขโมยได้ลอบเข้ามาจะสกัดเอาแววพระเนตรของพระพุทธไสยาสน์ในตอนกลางคืน ได้ของมาแล้วก็จะนำออกไปจากวัด ปรากฏว่า เดินวนอยู่ในวัด หาทางออกไม่ถูก จนชาวบ้านมาพบและพระเห็นเข้า จึงเรียกตำรวจมาจับพร้อมของกลาง โดยรับสารภาพทำไปเพื่อจะนำแววพระเนตรไปขาย แต่ก็หาทางออกไม่ได้ เดินวนไปมาจนถูกจับ

เมื่อ หลวงปู่สุภา ตั้งใจสร้างวัดบนเกาะสิเหร่นั้น ชาวบ้านก็วิตกกังวลว่า ท่านจะหาทุนมาจากไหน เพราะการคมนาคมไม่สะดวก ทำให้การขนส่งวัสดุก่อสร้างนั้นเสียเวลานาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายก็สูงอีกด้วย แต่ก็ปรากฏว่า หลวงปู่สุภา ได้แรงศรัทธาจากทั้งคนบนเกาะสิเหร่และคนที่ภูเก็ต ตลอดจนญาติโยมจากนครปฐม และทุกแห่งที่ท่านเคยไปสร้างความเจริญมาร่วมช่วยกันอย่างเต็มที่และเต็มแรงกายแรงใจ หลวงปู่สุภา ลำดับวัดที่เคยไปสร้างความเจริญไว้ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๓๓ วัด แต่ละวัดล้วนมีความเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของท่าน